รายละเอียดสินค้า

Hotที่สุดในขณะนี้ ที่นี่ที่เดียว!!! Royal Jelly รอยัล เจลลี่ หรือ นมผึ้ง จากนมผึ้งเข้มข้น 2% ช่วยให้ผิวขาวสวย หน้าสว่างกระจ่างใส ดูอ่อนกว่าวัยโดมทาน
 
รหัสสินค้า : royal_jelly
ยี่ห้อ : Wealthy Health
รุ่น : Royal Jelly
สภาพสินค้า : สินค้ามือใหม่
Links : คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ราคา :25.00 ฿
Add to Cart Share with Friends
รายละเอียดสินค้า :

Royal Jelly รอยัล เจลลี่ หรือ นมผึ้ง

อาหารเสริมที่โดมทาน ช่วยให้ผิวขาว สว่างกระจ่างใส

ต่อต้านอนุมูลอิสระ ทานได้ทุกเพศทุกวัย

โดมกินวิตามิน Royal jelly (นมผึ้ง) ของ Wealthy Health นำเข้าจากออสเตเลีย ของแท้ 100%

Wealthy Health Royal jelly 10 HDA 1,000mg. 2% 10HDA INPUT

นมผึ้งคืออะไร

นมผึ้ง หรือ รอยัลเยลลี่ (Royal Jelly) เป็นสารชนิดหนึ่งที่ผลิตจากต่อมที่ชื่อว่า "ไฮโปฟาริงซ์" ที่อยู่บริเวณส่วนหัวของผึ้งงาน ที่มีอายุ 5-15 วัน ที่ทำหน้าที่เป็นผึ้งพี่เลี้ยง มีลักษณะเป็นครีมสีขาวคล้ายนมข้นหวานมีกลิ่นออกเปรี้ยว และรสค่อนข้างเผ็ดนิด ๆ นมผึ้งคืออาหารสำหรับตัวอ่อนของผึ้งและราชินี ตัวอ่อนของผึ้งงานจะได้รับนมผึ้งเพียง 3 วันแรกที่ออกจากไข่ ขณะที่ตัวอ่อนที่ได้รับคัดเลือกเป็นราชินีจะได้รับนมผึ้งนี้ตลอดชีวิต ซึ่งช่วยบำรุงให้ราชินีผึ้งมีอายุยืนนานกว่า (ราชินีผึ้งมีอายุประมาณ 4-5 ปี ผึ้งงานมีอายุประมาณ 45 วัน) และมีขนาดและน้ำหนักตัวมากกว่าผึ้งชนิดอื่น รวมทั้งทำให้ราชินีผึ้งสามารถออกไข่ได้วันละประมาณ 2,000-3,000 ฟอง และจะวางไข่ทุกวันตลอดอายุขัย

ส่วนประกอบที่เหลือประมาณร้อยละ 1-2 ประกอบด้วยวิตามิน เกลือแร่ต่าง ๆ รวมถึงฮอร์โมน สารฆ่าเชื้อธรรมชาติบางชนิด และสารประกอบชีวเคมี อะเซตทิลคลอไรด์กับไอโนซิทอล คาร์โบไฮเดรตในนมผึ้งเป็นน้ำตาลธรรมชาติเช่นเดียวกับกลูโคส ฟรุกโตส และซูโครส โปรตีนใน

นมผึ้งประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายซึ่งมีอยู่ในนมผึ้งอย่างสมดุลย์ สำหรับไขมันในนมผึ้งมีเพียงเล็กน้อย ปัจจุบันมีคำแนะนำว่า อาหารเสริมสุขภาพที่ดีต้องมีไขมันเจือปนในปริมาณต่ำ

นมผึ้งอุดมด้วยวิตามินหลายชนิด ที่สำคัญคือวิตามินบี ซึ่งได้แก่ วิตามินบี 1 (ไธอามีน) วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) เนียซิน กรดแพนโททินิก และไบโอติน และยังมีวิตามินบี 6 (ไพริดอกซิน) ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นต่อกระบวนการทำงานของโปรตีน และเชื่อกันว่าเป็นวิตามินต่อต้านความเครียด รวมถึงกรดฟอลิกและวิตามินบี 12 วิตามินทั้งสองชนิดสามารถป้องกันโรคโลหิตจางได้

เกลือแร่ที่มีในนมผึ้งได้แก่ แคลเซียม ทองแดง เหล็ก ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม ซิลิคอนและกำมะถัน นอกจากนี้ยังมีอะเซตทิลคลอไรด์ (1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักนมผึ้ง 1 กรัม) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นต่อระบบการทำงานของประสาทในมนุษย์ ส่วนประกอบอีกตัวคือสารประกอบชีวเคมีไอโนซิทอล ซึ่งช่วยขจัดไขมันตกค้างในตับ ลดคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือด และยังเป็นสารต่อต้านความเครียดอ่อน ช่วยบำรุงรักษาเส้นผม

 

 

ผลทางชีวภาพของนมผึ้ง

  1. ผลทางกระตุ้นชีวภาพ เพิ่มอัตราการดูดซับอาหารและออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง และเพิ่มอัตราขับถ่ายของเสียและคาร์บอนไดออกไซด์
  1. ผลต่อฮอร์โมน กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงและชายให้ได้สมดุลย์ และเพิ่มสมรรถภาพทางสร้าสเปริม์และช่วยการสุกของไข่ในสตรีมีประจำเดือนมาไวและหมดประจำเดือนช้า ช่วยให้คงความสาวได้นานกว่าปกติ ในผู้ชายจะเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้คงอยู่ได้นาน
  2. ผลทางการสร้างเม็ดเลือดและความแข็งแรงของกระดูก ในเด็กเล็กและคนสูงอายุจะเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก และช่วยการสร้างเม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์แข็งแรงขึ้น ช่วยดูดซับอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
  3. ผลต่อระบบหมุนเวียนโลหิต ช่วยให้หัวใจเต้นดีขึ้น ทำให้สูบฉีดโลหิตหมุนเวียน ผ่านสมอง ปอด ตับ ไต และแขนขาได้ดีขึ้น คนสูงอายุหรือผู้ป่วยจะรู้สึกอบอุ่นและสดชื่น
  4. ผลต่อเม็ดเลือดขาวและระบบภูมิต้านทาน จะเสริมสร้างเม็ดเลือดขาวทุกส่วนให้สมบูรณ์ เพิ่มความต้านทานและขจัดพิษหรือทำลายเชื้อโรคได้ดีขึ้น พร้อมทั้งฟื้นฟูสมรรถภาพของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ภายหลังเจ็บปวยหรืออุบัติเหตุ
  5. ผลต่อระบบเมตาโบลิซึม ควบคุมการเก็บและการใช้น้ำตาล โปรตีน และไขมันในเลือดให้ปกติ ควบคุมแร่ธาตุแลอิเล็กโตไลท์ในเลือดให้สม่ำเสมอ การทำงานของระบบกล้ามเนื้อและประสาทต่าง ๆ ทั่วร่างกายเป็นไปตามปกติ
  6. ผลต่อการสร้างเซลส์ใหม่และเนื้อเยื่อใหม่ ควบคุมการสร้างเซลส์และเนื้อเยื่อที่ฉีกขาด สึกหรอให้ฟื้นคืนสภาพได้รวมเร็วขึ้น ขจัดเซลส์เก่าที่ตายไปตามวงจรชีวิต ป้องกันการเกิดเซลส์ผิดปกติ เช่น เซลส์มะเร็ง
  7. ผลต่อการลดการอักเสบของข้อและเนื้อเยื่อต่างๆ มีผลเหมือนสารสเตียรอยด์ แต่อันตรายและผลข้างเคียงไม่มี จึงได้ผลดีในการใช้ร่วมกับยาของแพทย์สำหรับการรักษาการอักเสบของบาดแผล หรือปวดข้อและปวดกระดูกเรื้อรัง
  8. ผลต่อการทำให้มีชีวิตที่ยืนยาว เนื่องจากผลโดยส่วนรวมทำให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ดี มีสมรรถภาพมากขึ้นและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้ชีวิตคนเรายืนยาวขึ้น

นมผึ้งเหมาะกับใครบ้างและใครควรทานนมผึ้ง

  1. กระตุ้นให้ผู้ป่วยที่อาการหนัก ขาดอาหารหรือรับประทานอะไรไม่ได้ให้อยากอาหาร และช่วยให้คนไข้หายป่วยเร็วกว่าปกติ
  2. ชาย-หญิงที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  3. ผู้ที่เป็นหมัน เพราะความไม่สมบูรณ์ของร่างกาย
  4. กระดูกพรุน ผุกร่อน ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกและเส้นเอ็นหรือประสาท เพราะความชราภาพ
  5. ความผิดปกติทางระบบประสาทสมอง เช่น รายอุบัติเหตุทางประสาท สมอง หรือประสาทชา สมองมึนงง เพราะขาดอาหารและออกซิเจน หรือความจำเสื่อมในวัยชรา
  6. โรคผิดปกติเกี่ยวกับเม็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือด
  7. โรคเมตาโบลิซึมผิดปกติ เช่น ระบบย่อย ระบบขับถ่าย ระบบสรรค์สร้างและทำลายของร่ายกายไม่ปกติ เช่น ต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ เกาท์ ความดันสูง หัวใจ เบาหวาน เบาจืด ไขมันในเลือดสูง
  8. โรคผิดปกติเกี่ยวกับระดับฮอร์โมนเพศไม่ได้สมดุลย์ เช่น ปวดศีรษะข้างเดียว ปวดประจำเดือน เป็นสิวมาก เป็นหมันหรือแก่เกินวัย เครียดในวัยใกล้หมดประจำเดือน
  9. โรคระบบภูมิต้านทานอ่อนแอหรือไม่มี เช่น โรคภูมิแพ้ เป็นหวัดได้ง่าย โพรงจมูกอักเสบ ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง

*** วิธีรับประทาน ในกรณีต่างๆๆ***

1.รับประทานก่อนอาหาร 30 นาที จะเรียกน้ำย่อยรู้สึกอยากอาหาร

2.รับประทานหลังอาหาร จะกระตุ้นการใช้อาหารและเผาผลาญให้พลังงานที่สมบูรณ์

3.รับประทานก่อนนอน มีผลทางซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและกระตุ้นให้ร่างกายแข็งแรงกระฉับกระเฉง เตรียมพร้อมสู้งานหนักในวันรุ่งขึ้น

ขนาดรับประทาน

การเลือกรับประทานนมผึ้ง ควรเลือกรับประทานตามความเข้มข้นของนมผึ้งและวัยของผู้รับประทานเป็นสำคัญค่ะ

ผู้ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ควรรับประทานนมผึ้ง 1.1 %

ผู้ที่อายุ 25-35 ปี ควรรับประทานนมผึ้ง 2% หรือ 6%

ผู้ที่อายุมากกว่า 35 ปี ควรรับประทานนมผึ้ง 6%

**สำหรับ นมผึ้ง 6% เนื่องจากมีความเข้มข้นของนมผึ้งสูง จึงรับประทานได้แค่ 1 แคปซูลต่อวัน

 

หมายเหตุ  : ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ผลิตภัณฑ์อาหารจากผึ้ง

 

บรรจุกระปุกละ 365 เม็ด ต่อกระปุก

กระปุกละ 3,990 บาท

แบบแบ่งขาย(ขั้นต่ำ 5เม็ด)  เม็ดละ 25 บาท

แก้ไขล่าสุด : 24/01/2012